เรามีเรื่องไม่มากอ่ะนะ เอ่อ เข้าไปดูที่คอมเม้นเองละกาน แค่นิดเดียวเอง หวังว่าเพื่อนๆจาอ่านกานม้างน้า(รุว่ามานโคตรยาวเลยค่ะ)

Comment

Comment:

Tweet

ทฤษฎีเกษตรธรรมชาติ

การใช้พลังงานธรรมชาติ

1. การใช้สารอาหารที่มีสะสมอยู่ในเมล็ดพืชจากการสังเกตจะเห็นได้ว่าในระยะแรกของการงอกของเมล็ด
พืชยังใช้สารอาหารที่มีสะสมอยู่ในเมล็ด ดังนั้นการให้ไนโตรเจน ก็เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต่อธรรมชาติในการเจริญ
งอกงามของเมล็ด
2. การใช้จุลินทรีย์ท้องถิ่นเกษตรธรรมชาติมีข้อจำกัดให้ใช้เฉพาะจุลินทรีย์ในท้องถิ่นและไม่เห็นด้วยกับ
การซื้อหัวเชื้อจุลินทรีย์จากต่างพื้นที่หรือที่ผลิตขายจากโรงานเพราะจุลินทรีย์เหล่านี้ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
และบางครั้งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อพืชด้วย
3. ประโยชน์สูงสุดจากธรรมชาติเกษตรธรรมชาติจะมีวิธีออกแบบพืชที่ปลูกและคอกสัตว์ให้กลมกลืนและ
เหมาะสมกับวิถีชีวิตของพืชและสัตว์โดยการใช้สิ่งที่ธรรมชาติให้มาอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
4. ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีเกษตรธรรมชาติมั่งเน้นให้พืชเจริญเติบโตโดยศักยภาพของพืชเองและใช้ปัจจัยในการเจริญ
เติบโตของพืชตาม ความจำเป็นการให้ธาตุอาหารเกินความจำเป็น จะมีผลทำให้พืชอ่อนแอลง และต้องดูแลเอาใจ
ใส่มากขึ้น
5. การไม่ไถพรวนการทำเกษตรธรรมชาติไม่มีความจำเป็นต้องไถพรวนดินเราจะปล่อยให้ธรรมชาติไถ
พรวนด้วยตัวเองโดยใช้แบคทีเรียทั้งที่ต้องการออกซิเจน และไม่ต้องการออกซิเจนในการดำรงชีพ เชื้อรา ,
ไส้เดือน และตัวตุ่น
6. ไม่ใช้สารเคมีในการกำจัดวัชพืชเกษตรธรรมชาติจะหยุดการเจริญเติบโตของวัชพืชโดยการใช้ความหนา
แน่นของประชากรควบคุมกันเอง
7. ที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์โดยไม่มีน้ำเสียออกจากฟาร์มมูลสัตว์สามารถกำจัดได้ในคอกสัตว์โดยการนำไปทำปุ๋ย
และผสมเป็นอาหารสัตว์ โดยการทำงานของจุลินทรีย์ท้องถิ่นของเสียทั้งหมดจะถูกนำกลับมาใช้ใหม่ และถูก
เปลี่ยน แปลงไปเป็นทรัพยากรในการผลิต
8. หว่านเมล็ดน้อยลงแต่ได้ผลผลิตมากขึ้นการปลูกพืชที่มีความถี่น้อยลงจะทำให้พืชได้รับแสงที่เพียงพอ การถ่ายเทอากาศดี และไม่มีการแย่งธาตุอาหารกัน

ปัจจัยการผลิต และเครื่องมือในการทำเกษตรธรรมชาติ

1. จุลินทรีย์ท้องถิ่น ( Indigenous Microorganism : IMOs ) การทำการเกษตรธรรมชาติไม่ยอมรับการทำ
จุลินทรีย์จากต่างพื้นที่เข้ามาใช้ในกระบวนการทั้งนี้รวมถึงจุลินทรีย์ที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดเนื่องจากจุลินทรีย์
ดังกล่าวจะไม่แข็งแรงและไม่มีประสิทธิภาพเมื่อนำไปสู่ธรรมชาติอีกครั้งจะไม่เหมือนกับจุลินทรีย์ดั้งเดิมในท้อง
ถิ่นที่อาศัยอยู่เป็นเวลานานจนสามารถปรับตัวและทนทานต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ
2. น้ำหมักจากพืชสีเขียว (FermentedPlantJuice:FPJ) น้ำหมักจากพืชสีเขียวได้มาจากการสกัดน้ำเลี้ยงในพืช
และคลอโรฟิลล์โดยใช้น้ำตาลทรายแดง หรือกากน้ำตาล ช่วยสร้างแรงดันออสโมติก ดังนั้นน้ำหมักจากพืชสีเขียว
จะอุดมไปด้วยแบคทีเรียสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช และสัตว์พืชที่จะนำมาใช้ผลิตน้ำหมักควรเก็บ
ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเพราะในช่วงเวลาที่พืชมีธาตุอาหารสะสมอยู่มากที่สุด
3. น้ำหมักสมุนไพร ( Orientel Herbal Nutrient : OHN ) น้ำหมักสมุนไพรจะช่วยให้พืชสมบูรณ์แข็งแรงโดย
ใช้ได้ตั้งแต่ระยะ แรกของการเจริญเติบโตทางใบระยะการเปลี่ยนวัยและระยะตัดดอกออกผลและยังช่วยป้องกัน
แมลงและเชื้อแบคทีเรียทีเป็นศัตรูพืช
4. น้ำหมักจากแบคทีเรียกลุ่มผลิตกรดแลคติก(Lactic Acid Bacteria : LAB)แบคทีเรียกลุ่มผลิตกรดแลคติค
ช่วยส่งเสริมการระบายอากาศในดินและส่งเสริมการเจริญเติบโตของไม้ผลและพืชผักกินใบกรดแลคติคช่วยย่อย
สลาย และดูดซับแร่ธาตุให้ยึดเกาะกับเม็ดดินจึงไม่มีการสูญเสียจากการชะล้างโดยน้ำ และเมื่อพืชดูดใช้กรด
แลคติค จะช่วยให้ต้นพืชมีความต้านทานโรคมากขึ้น
5. น้ำหมักจากปลา ( Fish Amino Acid : FAA ) เป็นแหล่งธาตุไนโตรเจนและกรดอะมิโนจากปลาจะส่ง
เสริมการเจริญเติบโตของพืชปลูกด้านการเจริญของลำต้นไม่ควรใช้ในช่วงระยะการเจริญเติบโตด้านการสืบ
พันธุ์สร้างดอกและผลเพราะจะทำให้พืชเจริญเติบโตมากเกินไปจนเฝือใบและไม่สร้างตาดอกหรือทำให้ดอกร่วง
6. น้ำหมักแคลเซียม ( Water-soluble Calcium :WCA ) น้ำหมักแคลเซียมจะใช้ได้ผลดีในขณะที่พืชอยู่ใน
ระยะเปลี่ยนวัยในการทำเกษตรแบบธรรมชาติจะฉีดพ่น น้ำหมักแคลเซียมบนในพืชภายหลังกาติดผล ผลผลิต
คุณภาพดีมีขนาดใหญ่และผลผลิตสูงขึ้น
7. น้ำหมักแคลเซียมฟอสเฟต ( Water- soluble Calcium Phosphate : WCAP ) ประโยชน์ของแคลเซียมฟอสเฟตคือช่วยกระตุ้นการตัดดอกออกผลช่วยบำรุงการ เจริญเติบโตของพืชและใช้แช่บำรุง เมล็ดก่อนการเพาะ
8. น้ำหมักฟอสฟอรัส ( Water- soluble Phosphoric Acid :WP ) ประโยชน์ของน้ำหมักฟอสฟอรัส คือช่วยส่งเสริมการเกิดตาดอกที่สมบูรณ์ ช่วยเพิ่มปริมาณผลผลิต ช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในผลไม้และช่วยในการ สร้างและเคลื่อนย้ายคาร์โบไฮเดรต
9. ปุ๋ยน้ำหมักจากสิ่งขับถ่ายของมนุษย์ ( Human Excrement Liguid Fertitizer : HLF) เป็นปุ๋ยที่ผลิตจากการหมักอุจจาระของมนุษย์โดยธรรมชาติสิ่งขับถ่ายของ มนุษย์จะอุดมไปด้วยธาตุอาหารพืช การหมักที่สมบูรณ์จะเป็นการกำจัดเชื้อโรคและสลายสิ่งที่ย่อยยากและถ้านำไปใช้ในการปลูกพืชโดยเจือจางก่อนก็จะไม่เกิดปัญหา จากความเข้มข้นของไนโตรเจนที่มากเกินไป
10. น้ำหมักจากข้าวกล้อง ( Brown Rice Vinegar : BRV ) ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชในระยะเจริญด้านลำต้นถ้าใช้ในระดับความเข้มข้นต่ำและจะช่วยเร่ง การเจริญเติบโตของพืชในระยะออกดอกออกผลเมื่อใช้ในระดับความเข้มข้นสูง
11. น้ำหมักสำหรับใช้ล่อแมลง ( Insect Attractant :IA ) ในการทำเกษตรธรรมชาติเป็นการปฏิบัติเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ปลอดสาร เคมีอย่างสมบูรณ์และไม่ทำลาย สภาพแวดล้อม สมาคมเกษตรธรรมชาติได้แนะนำให้ใช้น้ำหมักสำหรับล่อแมลง ( IA ) น้ำมันหอมระเหย แสงไฟล่อแมลงในการควบคุมปริมาณแมลงในแปลง โดยไม่มี การใช้สารเคมีกำจัด
12. การใช้น้ำทะเล ( Seawater : SW)น้ำทะเลจะกระตุ้นและส่งเสริมกระบวนการเมตบอลิซึมของพืช
ปลูก และยังช่วยยกระดับน้ำตาลในผลไม้

เทคนิคปฏิบัติในการทำเกษตรธรรมชาติ

การบำรุงเมล็ดพันธุ์และต้นกล้า
ในการทำเกษตรธรรมชาติมักมีความคิดที่ว่าการแช่เมล็ดพันธุ์เป็นเวลานานๆก่อนที่จะทำการหว่านจะทำให้เมล็ดพันธุ์สูญเสียธาตุอาหารตามธรรมชาติดังนั้นระบบเกษตรธรรมชาติจึง ทำการบำรุงเมล็ดพันธุ์อย่าง รวดเร็วแลใช้เวลาที่เหมาะสมและได้รับการบำรุงด้วยสารละลายเมล็ดพันธุ์ โดยสารละลายนี้จะส่งเสริมพลังตามธรรมชาติของเมล็ดพันธุ์ให้เกิดสูงสุด และสาร ละลายนี้ก็เต็มไปด้วยพลังธรรมชาติจะเห็นได้ว่าเมล็ดที่ผ่านการบำรุงและที่ไม่ผ่านการบำรุงจะมีความแตกต่างกันในการพัฒนาของราก

การบำรุงดิน
พื้นฐานของการจัดการดินเกษตรธรรมชาติมีการจัดการดินโดยที่จะทำให้ดินเป็นแหล่งพลังชีวิตสำหรับรากมีสภาพแวดล้อมเหมาะสม เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยให้แก่จุลินทรีย์การบำรุง ดินทำได้หลายวิธี ได้แก่ ไม่ทำการไถ่พรวน , การใช้ฟางข้าวและใบไม้คลุมดิน และ การใช้จุลินทรีย์ท้องถิ่น ( IMO s ) เพื่อฟื้นฟูสมดุลทางธรรมชาติและควรมีการเตรียมและใช้สารละลาย บำรุงดินสำหรับพืชในช่วงต่างๆ เช่น พืชที่อยู่ในช่วงระยะการเจริญเติบโตทางลำต้นและใบ , ระยะออกดอกออกผล, ระยะสุขแก่ เป็นต้น

ความถูกต้องในการใช้ปัจจัยการผลิตในระบบเกษตรธรรมชาติ
ข้อควรคำนึงในการเลือกใช้ปัจจัยการผลิตจากธรรมชาติให้ถูกชนิดและปริมาณและในช่วงเวลาที่เหมาะสมจึงจะเกิดผลที่ดีที่สุด สิ่งทีต้องคำนึงถึงคือต้องเข้าใจความหมายของหลัก การวัฎจักรธาตุอาหาร ควรเข้าใจพืชเข้าใจสิ่งที่พืชต้องการ ไม่ชักนำให้แมลงศัตรูพืชเข้ามาในแปลงคือวิธีเกษตรธรรมชาติจะมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมและทำให้มีการควบคุมกันเองของสิ่งมีชีวิต ต่างๆ ทีมีอยู่อย่างหลากหลาย ซึ่งร่วมถึงแมลงศัตรูพืชด้วยเช่นกันการทำให้แมลงต่างๆ ควบคุมกันเองมากกว่าที่จะทำลายแมลงศัตรูพืชทั้งหมด และควรมีเทคนิคการใช้ที่ถูกต้องคือ ปัญหา ความเข้มข้นที่ใช้ในการเตรียมปัจจัยการผลิตสูตรต่างๆ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นโดยทั่วไปบางครั้งเกษตรกร จะใช้ความเข้มข้นที่สูงเกินไป


#1 By wild lovely Angle on 2008-09-14 00:23